Archive for February 22nd, 2012
มารู้จักคำว่า ซาดิสม์ (sadism) และ มาโซคิสม์ (masochism) กันเถอะ

เหมือนคำพูดเล่นสนุกๆ ได้ยินบ่อยและพูดกัน แต่จริงๆหลายคนอาจจะไม่รู้ที่มาซึ่ง ทั้งสองคำมีที่มา
ซาดิสม์ (sadism) และ มาโซคิสม์ (masochism) คือความสุขหรือความพึงพอใจในความเจ็บปวด และความทุกข์ ของผู้อื่น คำนี้มีที่มาจากชื่อของ มาร์กีส์ เดอ ซาด (Marquis de Sade) นักเขียนและนักปรัชญาชาวฝรั่งเศสที่ขึ้นชื่อในการเขียนนิยายแนวนี้
สิ่งที่ตรงกันข้ามกับซาดิสม์ คือ มาโซคิสม์ ซึ่งหมายถึงความสุขหรือความพึงพอใจทางเพศเมื่อได้รับความเจ็บปวดกับตัวเอง โดยมักจะเกี่ยวข้องกับจินตนาการทางเพศหรือการถูกตบตี การถูกเหยียดหยาม การถูกผูกมัด หรือถูกทรมาน เพื่อเป็นการเพิ่มหรือทดแทนความสุขทางเพศ ชื่อนี้มาจากชื่อของนักเขียนสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 ลีโอโพลด์ วอน ซาเชอร์มาโซค (Leopold von Sacher-Masoch) ที่เป็นที่รู้จักจากนิยายชื่อ “Vinus in Furs” ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในทางมาโซคิสม์
พฤติกรรมซาดิสม์และมาโซคิสม์มักเกิดร่วมกัน (ฝ่ายหนึ่งมีพฤติกรรมซาดิสม์ ในขณะที่อีกฝ่ายมีพฤติกรรมมาโซคิสม์) และเรียกว่า ซาโดมาโซคิสม์ หรือเรียกย่อว่า “S&M” หรือ “SM”
นั่นคือ SM ซึ่งจะเรียกว่า พิศดาร แต่ก็ยังเบสิก เพราะ เต็มๆของแขนงเพศแบบนี้คือ BDSM
คำ ว่า BDSM เป็นตัวย่อของคำห้าคำ ประกอบด้วย Bondage (B), Bondage & Discipline (B&D), Domination & Submission (D&S), Sadism และ Masochism
Bondage หมายถึง ทาส หรือสภาวะที่ถูกพันธนาการ โดยเริ่มมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศสัมพันธ์ในยุคศตวรรษที่ 19 เมื่อผู้ปกครองนิยมมัดมือของบุตรชายเพื่อไม่ให้สำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง (Masturbation) เนื่องจากความเชื่อว่าการสำเร็จความใคร่จะทำให้ตาบอดและกลายเป็นคนวิกลจริต ต่อมาจึงพัฒนากลายมาเป็นรูปแบบการร่วมเพศที่ฝ่ายหนึ่งจะถูกพันธนาการไว้
Discipline หมายถึง การลงโทษที่ทำให้ฝ่ายที่ถูกลงโทษเต็มไปด้วยความหวาดกลัว (Fear) และความวิตกกังวล (Anxiety) เปลี่ยนความรู้สึกเหล่านั้นเป็นความต้องการทางเพศ (Sexual Arousal) โดยการลงโทษเหล่านี้เป็นการกระทำด้วยความเสน่หา (Passion) ไม่ใช่ความก้าวร้าว (Aggression) แต่อย่างใด
Domination & Submission หมายถึง รูปแบบความสัมพันธ์แบบคู่ขนานที่ประกอบด้วยสองฝ่ายคือ Active (ฝ่ายกระทำ) และ Passive (ฝ่ายถูกกระทำ) โดยบทบาทเหล่านี้เป็นการแบ่งบทบาทจากอำนาจในการบังคับให้อีกฝ่ายแสดงบทบาท ตามที่ตนต้องการ ไม่ใช่บทบาทในการร่วมเพศว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายที่สอดใส่ (Sexual Intercourse) หรือถูกสอดใส่แต่อย่างใด ข้อสำคัญในระหว่างการร่วมเพศนั้น Passive จำเป็นต้องมีการสื่อสารด้วยคำพูดหรือกิริยาอาการเพื่อให้ Activeรู้ว่าตนเองถึงขีดจำกัดแล้ว เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น
Sadism หมาย ถึง ผู้ชื่นชอบการทารุณกรรมผู้อื่นเพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศของตน โดยนำมาจากชื่อ Marquis de Sade (1740-1814) ชาวฝรั่งเศส งานเขียนที่สำคัญ คือ 120 Days of Sodom (1782) นำเสนอเรื่องราวของผู้ชายสี่คนที่กวาดต้อนผู้คนมาอยู่ในปราสาทเป็นเวลา 120 วัน โดยมีข้อแม้ว่าห้ามผู้ใดร่วมเพศตามแบบที่คริสตจักรกำหนด มิฉะนั้นจะถูกประหาร ซึ่งข้อกำหนดของคริสตจักรคือการร่วมเพศต้องอยู่ภายใต้การแต่งงานและเพื่อการ มีบุตรเท่านั้น ห้ามมีเพศสัมพันธ์เพื่อความสุข รวมทั้งท่าในการร่วมเพศ (Position) ต้องเป็นท่าที่ผู้หญิงอยู่ข้างล่างหรือที่เรียกว่าท่ามิชชันนารี โดยระดับของ Sadism ที่อันตรายที่สุดจะไม่มีการร่วมเพศ แต่จะเป็นการทรมานให้ตายอย่างช้าๆ หรือที่เรียกว่า Lust Murder
Masochism หมายถึง ผู้ชื่นชอบการถูกทารุณกรรมเพื่อกระตุ้นความต้องการทางเพศของตน โดยนำมาจากชื่อ Leopold Von Sacher Masoch (1836-1905) ชาวออสเตรีย งานเขียนที่สำคัญ คือ Venus in the Furs (1846) นำเสนอเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่นชอบการยินยอมเป็นทาสในการมีเพศ สัมพันธ์กับหญิงสาวที่สวมใส่เสื้อคลุมขนสัตว์และมีท่าทางเหมือนราชินี
ชื่อ ของทั้งคู่เริ่มปรากฏเป็นศัพท์เฉพาะในการเรียกกามวิตถาร (Paraphilia) นับตั้งแต่งานเขียน Psychopathia Sexualis (1886) ของRichard Freiherr von Krafft – Ebing จิตแพทย์ชาวเยอรมัน
เพศสัมพันธ์แบบ BDSM จะเรียกว่าผิดปกติหรือไม่นั้น จำเป็นต้องใช้ความรู้ในแต่ละสาขามาผสมผสานกัน ไม่ว่าจะเป็นมุมมองทางชีววิทยาที่จำกัดว่าเพศสัมพันธ์ใดที่ไม่ก่อให้เกิดการ สืบพันธุ์นั้นผิดปกติ หรือมุมมองทางมานุษยวิทยาที่ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละท้องถิ่นและกาล เวลา ตัวอย่างเช่น ความเชื่อในพิธีเข้าสู่ความเป็นหนุ่มของกรีกที่จะต้องให้ผู้ชายสูงอายุมีเพศ สัมพันธ์ทางทวารหนัก จนกระทั่งเติบโตต้องสลับบทบาท หากใครไม่สามารถเปลี่ยนบทบาทได้ก็จะถือว่าผิดปกติ แต่โดยส่วนใหญ่นิยมใช้เกณฑ์ทางจิตวิทยาที่ใช้ความรู้สึกผิด (Guilty) และภาวะซึมเศร้า (Depressive) ในการพิจารณา
หลังจากที่เรา รู้ความ เป็นมาของคำว่า BDSM แล้ว เราก็จะมาลองดูตัวอย่างศัพท์ที่เราจะพบบ่อยๆ กันนะ โดยคำศัพท์ต่างๆ เหล่านี้อาจจะหมายถึงอุปกรณ์หรือรูปแบบการมีเพศสัมพันธ์ก็ได้นะ เช่น
Bars หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้ในการล่ามมือและเท้า นิยมทำมาจากไม้หรือโซ่ เพื่อตรึงระยะห่างให้คงที่
Cages หมายถึง กรงหรือการจองจำภายในกรง โดยภายในอาจจะมีพื้นที่เพียงแค่ให้ยืนหรือนั่งได้เท่านั้น
Catheters หมายถึง การสอดใส่สิ่งของเข้าไปที่ท่อปัสสาวะ เช่น สำลี ท่อ
Chains หมายถึง โซ่ที่มีไว้เพื่อล่ามหรือดัดแปลงใช้เป็น Sex Toy ได้หลายรูปแบบ รวมทั้งใช้แทน Vibrator ได้
Chastity Belt หมายถึง เข็มขัดป้องกันการนอกใจ นิยมทำมาจากหนังสัตว์ โดยเจาะช่องเล็กๆ เพื่อไว้ใช้สำหรับขับถ่ายเท่านั้น
Collars หมายถึง ปลอกคอที่ไว้ล่ามสัตว์เลี้ยง โดยนิยมทำจากหนังมากกว่าวัสดุอื่น
Crucifixion หมายถึง การตรึงกางแขน โดยนิยมใช้กางเขนแบบโรมันที่มีความยาวของทั้งสองด้านไม่เท่ากันเท่านั้น
Dildos หมายถึง องคชาติเทียม ทำมาจากวัสดุหลากหลายประเภท แต่ละประเภทจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป
Encasement หมาย ถึง โลหะที่ใช้นำมาสวมใส่บริเวณองคชาติ คล้ายกับการสวมใส่หน้ากาก เพื่อเพิ่มความเจ็บปวดยามที่อวัยวะเพศแข็งตัว (Erection) และทำให้ไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้ (Orgasm)
Gags หมายถึง ที่อุดปาก หรืออาจจะใช้ Vibrator แทนก็ได้
Handcuffs หมายถึง กุญแจมือโดยอาจจะทำมาจากโลหะ
Hanging หมายถึง การแขวนขึ้นไปบนที่สูง โดยอาจจะใช้ Cage ด้วยก็ได้
Harnesses หมายถึง เครื่องเทียมม้าที่อาจจะนำมาใช้ในการล่าม หรือใช้ในการควบคุมให้เป็นพาหนะในการเดินทาง
Hoods หมายถึง หน้ากากหรือหมวกที่ใช้ในการสวมทั้งศีรษะ ใช้เฉพาะ Dominant เท่านั้น โดย Hood จะทำให้คนที่สวมใส่มีความกล้าและมั่นใจในการกระทำของตัวเองมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น เพราะไม่สามารถอ่านความรู้สึกได้ หรือไม่รู้ว่าเป็นใคร
Hot Wax หมายถึง การใช้น้ำตาเทียนไขหยดลงไปตามบริเวณที่ไวต่อการสัมผัสของร่างกาย รวมทั้งสอดเทียนเข้าไปในช่องคลอด หรือทวารหนัก
Impaling หมายถึง การตอกตะปูตามบริเวณที่ไวต่อการสัมผัส เช่น องคชาติ
Lacing หมายถึง การเชื่อมต่อบริเวณต่างๆ ของร่างกายที่มีการเจาะพร้อมกับร้อยห่วงด้วยเชือกหรือเอ็น โดยอาจจะสามารถใช้เพื่อตรึงร่างกายให้อยู่กับที่ด้วย
Mask หมายถึง หน้ากากที่ปกปิดเฉพาะบริเวณใบหน้าส่วนบน
Mittens หมายถึง ถุงมือหนังที่ไม่มีส่วนหุ้มข้อนิ้ว
Padlocks หมายถึง แม่กุญแจที่นำมาล็อคอุปกรณ์ต่างๆ หรือห้อยตามห่วงที่เจาะไว้ตามร่างกาย
Pipes หมายถึง กล้องยาสูบ สามารถนำเถ้ายาสูบมาใช้ในการจี้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือตัวกล้องที่สามารถดัดแปลงเป็น Sex Toy รวมทั้งยาสูบเหล่านั้นอาจจะเป็นสารกระตุ้นทางเพศได้ด้วย
Rape Racks หมายถึง เก้าอี้ที่มีอุปกรณ์ล็อคข้อมือและเท้า เพื่อให้สะดวกต่อการร่วมเพศ
Ropes หมายถึง เชือกที่ใช้ในการมัดหรือล่าม
Sex Clubs หมายถึง สมาคมของผู้ที่ชื่นชอบรูปแบบเพศสัมพันธ์ที่นอกเหนือจากข้อกำหนดของคริสตจักร เริ่มก่อตั้งในศตวรรษที่ 16 ประเทศฝรั่งเศส ในระยะแรกสมาคมนี้จะเป็นเพียงการรวมตัวของผู้ที่ชื่นชอบการแต่งกายข้ามเพศ (Cross dressing) เท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้ที่มีคลับหลากหลายรูปแบบและเฉพาะทางมากขึ้น เช่น Outcast คลับ SM สำหรับเลสเบี้ยนในนิวยอร์ก
หมายเหตุ Cross dressing หมายถึง การแต่งกายข้ามเพศ เช่น ผู้ชายสวมกระโปรง แต่ Transvestites หมายถึง การแต่งกายข้ามเพศเพื่อตอบสนองหรือกระตุ้นความต้องการทางเพศ เช่น การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง (Masturbation) รวมทั้งการแต่งกายเพื่อตอบสนองความคลั่งไคล้ (Fetishes) บางอย่าง เช่น รองเท้าส้นสูง ถุงน่อง แต่ไม่ได้เกิดความรู้สึกอยากแปลงเพศ (Transsexual) แต่อย่างใด
Sex Show หมายถึง การแสดงการร่วมเพศ โดยการแสดงนี้อาจจะเป็นการแสดงเพียงคนเดียว หรือหลายคนก็ได้ ผู้ชมสามารถชมการแสดงที่เวที หรือผ่านการถ่ายทอดจากวีดีโอที่นักแสดงอยู่บริเวณอื่น รวมทั้งการทำบรรยากาศทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกว่ากำลังแอบดู (Voyeur) โดยเจาะช่องหรือทำเป็นประตูแง้มๆ โดยส่วนใหญ่ผู้ชมจะไม่สามารถสัมผัสนักแสดงได้ แต่บางคลับผู้ชมสามารถเป็นนักแสดงได้ด้วย ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละร้านและกฎหมายของประเทศนั้น
Shackles หมายถึง อุปกรณ์ในการล็อคคอ ข้อมือ ข้อเท้าแบบต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียวกัน
Speculums หมายถึง คีมปากเป็ดที่ใช้ในการตรวจภายใน
Stocks หมายถึง ไม้หรือโลหะที่สามารถปรับระยะในการบีบรัดอวัยวะภายนอก เช่น หน้าอก หรือองคชาติ
Straightjackets หมายถึง เสื้อผ้าที่ใช้ในการสวมบทบาทการมีเพศสัมพันธ์ในคุกหรือโรงพยาบาลจิตเวช
Vibrators หมายถึง เครื่องสั่นสะเทือน อาจจะมีรูปร่างเหมือนองคชาติหรือไม่ก็ได้ โดยส่วนใหญ่มักจะมีเครื่องควบคุมเพื่อปรับระยะความแรงในการสั่นสะเทือนได้
Whips หมายถึง แส้ สามารถนำมาใช้เฆี่ยนหรือล่าม รวมทั้งดัดแปลงเป็นSex Toy
เวียดนามเร่งปราบ กะหร่วย (โสเภณีชาย) พ้นถนน หลังเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว
ทางการนครโฮจิมินห์กำลังเร่งปราบปรามโสเภณีเพศชายอย่างจริงจัง เมื่อถูกจับได้จะโดนโทษปรับสูงและหากไม่เข็ดหลาบจะถูกส่งเข้าสถานบำบัด สื่อทางการกล่าวว่าคนกลุ่มนี้กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่บนท้องถนน ซึ่งสะท้อนให้เห็นการล้มป่วยทางสังคม
สำนักงานแรงงานและสวัสดิการสังคมโฮจิมินห์เปิดประชุมร่วมกับอีกหลายหน่วยงานในสัปดาห์นี้ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา หนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋รายงานในเว็บไซต์ภาษาเวียดนาม
ตามรายงานที่เปิดเผยในที่ประชุมในวันพุธ 15 ก.พ.2555 ปีที่แล้วสำนักงานแรงงานฯ ของนครได้ออกตรวจสถานบริการต่างๆ กว่า 11,000 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณีถึง 7,252 กรณี ในนั้นเป็นโสเภณีชายจำนวนมาก หน่วยงานนี้ได้ใช้โทษปรับสูงถึง 720,000 ดอลลาร์ต่อผู้ประทำผิด
สำนักงานแรงงานฯ ของนครได้จัดตั้ง “แผนกป้องกันการล้มป่วยทางสังคม” ขึ้นมาดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ หลังจากสื่อของรายงานมาเป็นระยะเกี่ยวกับการปรากฏตัวของโสเภณีเพศชายในโฮจิมินห์ ซึ่งในหลายกรณีนำไปสู่อาชญากรรมการปล้นจี้ ชิงทรัพย์ ทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ฝักใฝ่และตกเป็นเหยื่อ
โสเภณีชายไม่ได้มีเพียงแต่พวกนิยมเพศเดียวกันเท่านั้น หากยังรวมทั้งสาวประเภท 2 และ 3 และ ผู้ที่สมัครใจสนองความต้องการทางเพศของกลุ่มที่มีรสนิยมในเพศชาย ซึ่งได้รับค่าตอบแทนสูงอีกด้วย ไม่กี่ปีมานี้ประเภทหลังสุดได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก โดยแอบแฝงตามสถานบริการต่างๆ เช่น สปา โรงนวดและโรงยิม เตื่อยแจ๋กล่าว
ปัญหานี้ได้พัฒนารุนอแรง หลายกรณีเกี่ยวข้องกับนักศึกษาชายกับนักท่องเที่ยว และเริ่มเกิดถี่ๆ ทั้งบนท้องถนนและตามสวนสาธารณะต่างๆ สำนักงานแรงงานฯ ได้ใช้มาตรการเด็ดขาด โสเภณีชายที่ถูกจับกุมเป็นครั้งที่ 2 จะถูกส่งตัวเข้ารสถานบำบัดโดยไม่ได้รับการยกเว้น เพราะถือว่าเป็นผู้ป่วยและทำให้สังคมล้มป่วย
สถิติของผู้ป่วยด้วยเอชไอวีเอดส์ที่เผยแพร่ในการประชุมเรื่องนี้ในเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ยังระบุว่า การรักร่วมเพศเป็นสาเหตุใหญ่ประการที่สอง ทำให้เอชไอวีเอดส์แพร่ระบาดในเวียดนาม.
ในนครโฮจิมินห์มีการจัดตั้ง “แผนกป้องกันการล้มป่วยทางสังคม” ขึ้นมารับมือกับปัญหาโดยเฉพาะ และน่าจับตามองก็คือ ปัญหานี้เริ่มเกี่ยวพันกับกลุ่มนักศึกษาและนักท่องเที่ยวต่างชาติมากยิ่งขึ้น จากที่เคยลับ ก็กลายเป็นเปิดเผยทั้งบนท้องถนนและในสวนสาธารณะต่างๆ สื่อของทางการกล่าว.– ภาพ: เตื่อยแจ๋.